สาสน์จากครู ปญป. ถึง ผปค.ปญป.

กราบสวัสดีท่านผู้ปกครองที่เคารพยิ่ง

     ขณะที่เด็กๆกำลังเอ็นจอยกับการ์ตูนเรื่องโปรดของครู( Spirited Away) ที่คิดว่าน่าจะโดนใจเด็กๆวัยสะรุ่น (เหมือนครู) ด้วย เพราะสังเกตได้ว่า แต่ละคนมีอาการจดจ่อตลอดเรื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาขนมขบเคี้ยวเหมือนเคย   ครูแจ๊ดก็เลยได้โอกาสแว่บมาเขียนเล่าเรื่องตลอดสัปดาห์ของพวกเราที่นี่ "บ้านหลังที่๒" ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็น ได้รู้ ได้รู้สึกร่วมไปด้วยกัน
การที่ครูและเด็กกว่า ๔๐ชีวิต ที่มีความแตกต่าง หลากหลายทั้งอายุ เพศ ขนาด ความสนใจ ค่านิยม รสนิยม บุคลิก ภาษาที่ใช้ มาอยู่ร่วมกัน อาทิตย์แรกครูจึงออกแบบกิจกรรมที่จะพาให้เด็กๆได้กลับมารู้จักตัวเองเพิ่มขึ้น (ครูก็ทำด้วยค่ะ)

     เริ่มด้วยการจับแว่นขยายส่องดูความคิด ความรู้สึกและการกระทำ ของตัวเอง ซึ่งจะสามารถพาให้เห็นอนาคตคร่าวๆของตัวเองได้ เราเรียกกิจกรรมนี้ว่า"หมอดูตนเอง" เด็กๆได้ทำ แผนภาพความคิด แสดงถึงสิ่งที่สนใจ สิ่งที่มีความสามารถเป็นพิเศษ สิ่งที่ชอบทำเป็นประจำ และความฝันของตนเองในอนาคต และตรวจสอบดูว่า มีความสัมพันธ์กัน หรือไม่ อย่างไร  ด้วยวิธีนี้เด็กหลายคนเริ่มเห็นแล้วว่า ความฝัน หรือสิ่งที่ตนอยากจะเป็นในอนาคตนั้นมันยังออกจะห่างไกลความเป็นจริงอยู่ เพราะยังไม่ได้เริ่มการกระทำ-กิจกรรมที่จะพาตนไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้

     นอกจากเรื่องของตัวเองแล้ว เราก็ได้เปิดโอกาสให้เด็กๆลองเขียน- วาดภาพประกอบ หรือแต่งกลอนเกี่ยวกับ "เพื่อนฝันร้าย" "ครูฝันร้าย" และ"โรงเรียนฝันร้าย"(หลายคนได้เสนอ"......ฝันดี"ของตัวเองด้วย ซึ่งอาจจะมาจากจินตนาการ ความกังวลที่เกิดขึ้น หรือจากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยพบเจอจากที่ต่างๆ เด็กๆหลายคนสะท้อนให้ครูได้เรียนรู้จักเด็กๆแต่ละคนเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ"ฝันร้าย"ที่ว่าของเด็กๆนั้น เป็นสิ่งที่ครูต้องนำมาศึกษา ในบทเรียนแรกๆของครูเลยก็ว่าได้

     กิจกรรมที่น่าประทับใจที่สุด เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของสัปดาห์แห่งการเริ่มต้นในการอยู่ร่วมกันของพวกเรา คงจะเป็นการที่เราทุกคนทั้งเด็กและครู รุ่นพี่-รุ่นน้อง เด็กผู้ชาย-เด็กผู้หญิง อายุตั้งแต่ ๑๓ ปี-ประมาณ๕๐ ต้นๆ ได้เปิดใจรับฟัง พร้อมกับแบ่งปันความรู้สึกของตนเองกันใน"วงกลมแห่งกัลยาณมิตร" โดยที่เราทุกคนนั่งล้อมวง พร้อมหน้ากันอย่างไม่มีการกำหนดที่เฉพาะตามตำแหน่ง หน้าที่ หรือวัย ทุกคนเป็นหนึ่งเสียงที่จะร่วมแลกเปลี่ยนความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับการเข้ามาเป็นหนึ่งในชุมชนปญป.นี้ งานนี้เด็กๆหลายคนได้เปิดเผยความรู้สึกทุกข์ที่เคยเผลอทำบางสิ่งที่อาจทำให้เพื่อนหรือครูเสียใจ หรือ เดือดร้อน ต่างขอโทษกันและกัน บางเรื่องผู้ที่เดือดร้อนได้ลืมไปแล้ว แต่ผู้ที่เผลอทำผิดไปยังจำได้และอยากขออโหสิกรรมจากเพื่อน หลายคนพูดถึงความอึดอัดจากการกระทำ หรือคำพูดของผู้อื่นอย่างจริงใจและนุ่มนวล นอกจากการขออโหสิกรรมกันแล้ว หลายคนขอบคุณ และชื่นชมเพื่อนในกรณีต่างๆ ตั้งแต่สมัยพบกันใหม่ๆจนถึงปัจจุบันที่กลับมาเจอกันในเทอมนี้ สมาชิกใหม่หลายคนบอกว่ามีความสุขเหลือเกินในที่แห่งนี้  (แฮ่ะแฮ่ะ ก็ยังไม่มีการบ้านเลยนี่จ๊ะ.... ) งานนี้มีบางคนถึงขนาดนําตาตกขณะเปิดเผยความรู้สึกภายในใจ

     เฮ้อ.. อยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีโอกาสอยู่ด้วยในวงนั้น เพราะเรามิได้บันทึกเวลาแห่งมิตรภาพนั้นไว้เป็นภาพนิ่ง ได้แต่เก็บเป็น"ความเข้าใจกัน" เป็น"การอภัย-ปล่อยวางความเคืองต่อกัน" เป็น"กำลังใจ"ที่มีให้กันต่อไป ที่สำคัญ "ความไว้วางใจกัน" และ "ความศรัทธาแห่งตน" น่าจะเริ่มกลับคืนมา และเกิดขึ้นแล้วสำหรับบางคน

     ปีนี้ครูให้เด็กๆได้เปิดประตูทางความคิด ช่วยกันเขียนสิ่งที่อยากเรียนรู้ทั้งในแง่ของกิจกรรมต่างๆ และในรูปแบบของการตั้งคำถามถึงสิ่งต่างๆที่เด็กอยากรู้เกี่ยวกับตนเองทั้งในเรื่องร่างกาย ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก เกี่ยวกับครอบครัว เพื่อน ชุมชนและเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เด็กๆหลายคนได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจขึ้นมากมาย ซึ่งท้าทายความสามารถของครูอย่างยิ่ง  เช่น"ความทุกข์ทำให้ผมแกร่งขึ้นหรือไม่?" "จิตอยู่ในสมองหรือไม่?"  "ทำอย่างไรให้เข้าใจคนอื่น?" "ทำไมเราจึงบังคับความคิดเราไม่ได้?" และอื่นๆที่น่าอึ้ง น่าทึ่ง น่าค้นหาคำตอบอีกมากมาย ครูแจ๊ดจำได้ว่าตัวเองไม่เห็นจะเคยมีคำถามขนาดนี้ตอนอายุ๑๓-๑๔ ปีแบบเด็กๆกลุ่มนี้เลย อูย.. ชักจะมันแล้วสิ

     ทางบ้านเด็กทั้ง ๒ บ้านก็มีการประชุมพูดคุยกันถึง "HOME LIFE" ของพวกเรา โดยแยกกันประชุมเนื่องจากครูพ่อครูแม่ได้คุยกันถึงกติกาการอยู่ร่วมกันหลักๆ เช่นเรื่องเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ การเข้านอน การเข้า-ออกบ้าน ซึ่งเรามีวิถีชีวิตเดียวกัน แต่ในส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้น การเลี้ยงดูลูกสาวย่อมมีความต่างกับการเลี้ยงดูลูกชาย เราจึงได้ให้แต่ละบ้านเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตบ้านของปีที่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นจากทั้งตนเองและปัจจัยอื่นๆ วิธีการแก้ไขปัญหาที่ควรจะเป็นและเหมาะสม ถึงขั้นตอนนี้ บ้านเด็กผู้ชายก็ช่วยกันตั้งกติกากัน๕ข้อและครูพ่อร่วมช่วยคิดเพิ่มอีก๕ข้อ ส่วนบ้านเด็กผู้หญิง ครูแจ๊ดให้เด็กๆลองตั้งกติกากันเองหลังจากผ่านกระบวนการแบ่งปัน"ความรู้" และ"ความรู้สึก" กันแล้ว  เด็กๆทำออกมากันได้ดีเชียวค่ะทั้ง ๒ บ้านอีกไม่นานคงได้ทราบกับค่ะ

     อ้อ ยังไม่ได้เล่าถึงการที่เด็กๆได้มีโอกาสสื่อสารกันผ่านกิจกรรมเล่าเรื่องผ่านเครื่องดนตรีที่ครูเอ้ (อัษฎาวุธ สาคริก)ได้เมตตามาร่วมเปิดประสบการณ์ให้พวกเราได้เรียนรู้จัก"ดนตรี" ในอีกรูปแบบที่น่าจดจำ รวมถึง"พี่เฟม" ลูกศิษย์คนเก่งของครูเอ้ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.๖ ดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ก็ได้มาร่วมสื่อสาร-บรรเลงเพลงผ่านเสียงขิม ซึ่งนอกจากจะทำเอาพวกเราเคลิบเคลิ้มไปตามๆกันแล้ว หลายคนคงเกิดแรงบัลดาลใจในการที่จะพยายามฝึกฝนในสิ่งที่ตนรัก อดทนมากขึ้น ทำให้มีความเชี่ยวชาญขึ้น เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นมากขึ้นตามลำดับ

     นี้เป็นเพียงตัวอย่างสิ่งดีดีเล๊กน้อยที่เราทำร่วมกันในหนึ่งสัปดาห์แรกนี้ คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านสามารถรอชื่นชมผลงานของเด็กๆได้จากเว๊บไซด์ของพวกเราปญป. ในอีกไม่นาน

     ท้ายนี้ครูแจ๊ดขอเป็นตัวแทนทางรร.ขออภัยคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านในกรณีที่มีสิ่งใดที่ผิดพลาดไป และขอขอบคุณที่ไว้วางใจ และพร้อมที่จะร่วมเดินไปบนเส้นทางสายที่ชื่อว่า "มรรคา"นี้ ด้วยกัน ค่อยๆจับมือ ประสานใจ ประคองกันไปนะคะ

ด้วยความเคารพและเมตตา
ครูปญป. เขียนถึง ผปค.ปญป.

 

ภาพกิจกรรม :